เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ออกโรงวิจารณ์ บรูโน่ แฟร์นานเดส กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างรุนแรง หลังมิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสออกมาตำหนิแท็กติกของ ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือปีศาจแดง ภายหลังบุกพ่ายโคโม่ขาดลอย 1-4 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยมองว่าการนำปัญหาภายในทีมมาเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้นำทีม
บรูโน่ ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 67 ก่อนให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า คาร์ริค สั่งให้ทีมไม่เพรสซิ่งแบบตัวต่อตัว หรือแมนทูแมน ซึ่งคำพูดดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนต่อเนื่องจากกรณี ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่เคยวิจารณ์ผู้บริหารสโมสรหลังความพ่ายแพ้ต่อแอตเลติโก มาดริด เมื่อสัปดาห์ก่อน
คาร์ราเกอร์ ซึ่งทำหน้าที่นักวิเคราะห์ให้กับ CBS Sports แสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกัปตันปีศาจแดง โดยกล่าวว่า “เมื่อสัปดาห์ก่อน เราบอกว่าลิซานโดร มาร์ติเนซ ทำเกินกว่าเหตุอย่างมากจากการออกมาวิจารณ์ผู้บริหาร และสำหรับ บรูโน่ การทำแบบนั้นก็เป็นเรื่องน่าอับอายจริง ๆ”
อดีตกองหลังหงส์แดงยังชี้ว่า ดาวเตะโปรตุเกส เคยได้รับประโยชน์จากการเข้ามาคุมทีมของ คาร์ริค เมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งช่วยให้เจ้าตัวกลับไปเล่นในตำแหน่งที่เหมาะสมและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนมีส่วนสำคัญต่อการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสร พร้อมย้ำว่ามิดฟิลด์รายนี้เป็นนักฟุตบอลที่มีความสามารถ แต่ทัศนคติและพฤติกรรมในสนามยังเป็นปัญหา
“เขาตอบสนองแบบนั้นเพราะถูกเปลี่ยนตัวออก และรู้สึกเสียหน้าที่ผู้จัดการทีมตัดสินใจถอดเขาออกจากสนาม เขามักวิ่งไปทั่วสนามเพื่อแสดงให้แฟนบอลเห็นถึงความทุ่มเท แต่กลับขาดวินัยในการเล่นเป็นทีม และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถเพรสซิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมาเป็นเวลานาน"
"การที่เขาแสดงอาการไม่พอใจด้วยการสะบัดแขนหรือโวยวายระหว่างการแข่งขันอยู่เป็นประจำ เป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากผลงานในฤดูกาลนี้ ทัศนคติดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมกับผู้สวมปลอกแขนกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"
ทั้งนี้ความพ่ายแพ้ต่อ โคโม่ ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดไม่ชนะใครติดต่อกันเป็นนัดที่ 7 ในทุกรายการ ส่งผลให้สถานการณ์ของ คาร์ริค ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก โดยโปรแกรมถัดไปทัพปีศาจแดงจะกลับไปเล่นในบ้านพบกับบอร์นมัธในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งอาจเป็นเกมสำคัญต่ออนาคตของกุนซือรายนี้
